วันเสาร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2560

เทคนิคการจำคำไทย

วิธี(ท่อง)จำคำสับสน
     s
                              อนุญาต ไม่ใช่ "ญาติ" ตัวเล็กๆ





         


     รวมเด็ด! วิธีจำคำไทย จากจำยาก เป็นจำแม่น!
ส่วนมากเราทุกคนเขียนคำว่า ญาติ ได้ถูกต้องอยู่แล้ว และก็มักจะนำมาเขียนสับสนไปกับคำว่า อนุญาต กันด้วย แต่จริงๆ เขียนไม่เหมือนกันนะ พี่เกียรติจะท่องในใจไว้ว่า อนุญาต ไม่ใช่ "ญาติ" ตัวเล็กๆ (อนุ แปลว่า น้อย,เล็ก) แล้วก็นึกถึงหน้าลุง หน้าอาที่มีรูปร่างสูงใหญ่กว่า หน้าทำถมึงทึง ก็ไม่มีใครตัวเล็กๆ กว่าเราสักคน แต่ก่อนพี่เกียรตินึกแบบนี้จริงๆ นะ แต่พอจำได้แล้ว เดี๋ยวนี้จะเขียนคำว่าอนุญาต ก็นึกแค่วลีสั้นๆ ว่า "อนุญาต ไม่ใช่ "ญาติ" ตัวเล็กๆ"

                   
                           ย้ำ! ห้ามเขียน "อนุญาติ" เด็ดขาด

ccc



    
  s
                   กะทันหัน คือ ผ่านมารวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาควบกล้ำ 





         


     
คำนี้เขียนผิดกันมากจริงๆ พี่เกียรติก็เคยเขียนผิดด้วย เลยต้องพยายามหาวิธีจำให้ได้ สุดท้ายก็ได้วลีสั้นๆ มาแบบที่ไม่มีความงามทางภาษารวมเด็ด! วิธีจำคำไทย จากจำยาก เป็นจำแม่น!ใดๆ ดูจำยาก แต่ก็พอ(แถ)ให้จำได้แบบนี้แหละจ้า พี่เกียรติใช้การนึกภาพคำว่า กะทันหัน และ กระทันหัน (ที่เขียนผิด) วิ่งตัดหน้าเราอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าเป็นคำผิดจะมีกากบาทสีแดงใหญ่ๆ กากบาททับ กระ ที่เขียนผิดด้วย
ccc



     
     s
                     กฎ ต้องตรงไปตรงมา ไม่ต้องยึกยัก แค่หยักเดียวพอ
\





         


     
เรามักสับสนคำที่สะกดด้วย ฎ หรือ ฏ ใช้ไหมคะ ลักษณะที่ต่างกันของตัวอักษรสองตัวนี้ก็คือ หยักที่ลากลงมานี่เอง เพราะฉะนั้นก็เลยนำมาเชื่อมกับความหมายของคำเสียเลยเป็น กฎ ต้องตรงไปตรงมา ไม่ต้องหยึกหยัก แค่หยักเดียวพอ เพราะฉะนั้นมีกฎก็ควรทำตามกฎนะจ๊ะ อิอิ
ccc



    
     s
                                      ฝรั่งเศส ไม่ใช่ เศษฝรั่ง





         


     
คำนี้ชัดเจน สมัยเรียนมัธยมพี่เกียรติเรียนภาษาฝรั่งเศส ครูสอนวิชาภาษาฝรั่งเศสจะย้ำนักย้ำหนาว่าห้ามเขียนคำว่า ฝรั่งเศส ผิด ให้จำไว้เลยว่า ฝรั่งเศสไม่ใช่เศษฝรั่ง จึงเขียน เศส เป็น เศษ ไม่ได้ เขียนแบบนั้นมันช่างดูถูกชาติเขานัก ซึ่งในความจริงชาวฝรั่งเศสก็คงไม่ได้ว่าเราที่เราเขียนชื่อประเทศเขาผิดหรอก เขาจะมารู้ภาษาไทยเราได้ไงละเนอะ ถึงแม้ว่าฝรั่งเศสไม่รู้ แต่เราก็ควรรู้ภาษาไทยของเรานะ ฝรั่งเศส จึงไม่ใช่เศษฝรั่งด้วยประการฉะนี้จ้า
ccc



        
     s
                              โอกาส ไม่ได้ล่องลอยอยู่ใน อากาศ 



รวมเด็ด! วิธีจำคำไทย จากจำยาก เป็นจำแม่น!
         
     
                คำว่า อากาศ ใครๆ ก็เขียนได้ถูกต้อง แต่ไม่รู้ทำไมคำว่า โอกาส ชอบเขียนผิดเป็น โอกาศ กันก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นจำกันง่ายๆ ไปเลย โอกาส ไม่ได้ล่องลอยอยู่ใน อากาศ (ดังนั้นห้ามเขียนว่า โอกาศ เด็ดขาด) แถมแอบเป็นคำคมปรัชญาอีกด้วยนะเนี่ย โอกาสเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นเอง หรืออาจเป้นสิ่งที่คนอื่นหยิบยื่นมาให้เราก็ได้ แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เราจะได้มันมาง่ายดายอยู่ดี ถ้าเราไม่รู้จักคว้าให้ทันท่วงที เพราะฉะนั้น โอกาส จึงไม่ได้ลอยอยู่ในวิมานอากาศเฉยๆ แล้ววิ่งมาชนหน้าเราเองได้แน่นอน
ccc

   
 

     s
                                      ภาษาสแลง ไม่ใช่ของแสลง





รวมเด็ด! วิธีจำคำไทย จากจำยาก เป็นจำแม่น!         


     
ภาษาสแลง/คำสแลง อ่านว่า สะ - แลง มาจากศัพท์ภาษาอังกฤษ Slang หมายถึงภาษาความหมายและใช้เฉพาะกลุ่ม เขียนต่างกับคำว่า แสลง อ่านออกเสียงว่า สะ - แหลง ที่หมายถึงสิ่งแปลกปลอม ไม่ถูกโรค  สองคำนี้เขียนใกล้เคียงกัน ความหมายไปทางเชิงลบเหมือนกัน แต่ใช้กันคนละเรื่องเลยนะ จำไว้ อย่าสับสนจ้า
ccc



   
     s
                                      โควตา คือวัวมีตา 





รวมเด็ด! วิธีจำคำไทย จากจำยาก เป็นจำแม่น!         



ตึง! (ท่าผงะหงายหลัง) น้องๆ ชาว Dek-D อาจจะงง โควตา (Quota) เกี่ยวอะไรกับ วัวมีตา คือเราทั้งหลายชอบสับสนเขียนผิดว่า โควต้า โควตาร์ โควต้าร์  ใช่ไหมคะ แต่คำนี้มีคำไทยบัญญัติแล้ว คือ โควตา พี่เกียรติเลยจำแบบแยกคำ โค = วัว ว = วัว ตา และมีรูปหน้าวัวแบ๊วๆ ทำตาโตๆ งงๆ โผล่ออกมา โควตา จึงคือวัวมีตา ด้วยประการฉะนี้จ้า 

ภาษาไทยง่าย แต่มักอ่านผิด

การเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ นับวันจะทวีความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบัน มีการติดต่อสื่อสารกับประเทศต่างๆ เพิ่มขึ้น  การรู้ภาษาอื่นๆ มากเท่าใด ก็เป็นความได้เปรียบที่จะทำให้แต่ละคน หรือแต่ละประเทศมีโอกาสก้าวหน้าในด้านอื่นๆ มากขึ้นเท่านั้น  ด้วยเหตุนี้  คนไทยจำนวนไม่น้อยในปัจจุบัน จึงนิยมส่งลูกหลานไปเรียนในโรงเรียนอินเตอร์ ตั้งแต่เล็กๆ  ด้วยหวังให้เด็กได้ฝึกออกเสียง สำเนียงภาษา อย่างถูกต้องชัดเจน เหมือนดังเจ้าของภาษา  แต่ในขณะเดียวกัน  เป็นที่น่าสังเกตว่า พ่อแม่ผู้ปกครอง กลับละเลยการใช้ “ภาษาไทย” ของลูกๆ หลานๆ ไปอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะคิดว่า ในชีวิตประจำวันก็มีการใช้ภาษาไทยในการพูด อ่านหรือเขียนบ้างแล้ว  จึงขาดความใส่ใจที่จะเน้นการพูด อ่านเขียนภาษาไทย ให้ถูกต้องช่นเดียวภาษาอื่นๆ ที่ไปเรียน ซึ่งโดยแท้จริงแล้ว การเรียนรู้ ภาษาอื่น นับเป็นสิ่งที่ดี ที่จะทำให้คนของเราฉลาด และรู้เท่าทันผู้อื่น แต่ก็ไม่ควรทิ้ง หรือละเลยที่จะศึกษาภาษาไทย ของเราเองให้ดีด้วย  เพราะการเก่งแต่ภาษาต่างประเทศ แต่ไม่สามารถถ่ายทอดให้เป็นภาษาแม่ หรือภาษาถิ่นเกิดของเราได้ ก็ไม่เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ กลายเป็นคน “รู้เขา” แต่ไม่ “รู้เรา” เป็นต้นไม้ที่โต แต่ขาด “ราก” จึงโค่นล้มได้โดยง่าย สมมุติเช่น  เราพาเพื่อนชาวต่างประเทศไปเยี่ยมชมวัด  หรือสถานที่สำคัญๆ เราสามารถพูดเป็นภาษาอังกฤษ  ภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว สำเนียงดี แต่ไม่รู้จะใช้ศัพท์คำไทยว่ากระไร บอกได้แต่คำพื้นๆ เพราะไม่เคยรู้หรือให้ความสนใจมาก่อน  เพื่อนชาวต่างชาติเราจะคิดเช่นไร  และเราเองจะรู้สึกหรือไม่  หรือบางครั้ง เราฟังเขาอธิบายเป็นคำไทย  แม้จะเป็นคำง่ายๆ แต่เราไม่เคยศึกษา หรือไม่ทราบความหมายมาก่อน เราก็แปลไม่ได้เช่นกัน ดังนั้น เราจึงไม่ควรเรียนรู้ภาษาต่างชาติ  โดยทอดทิ้ง “ภาษาไทย”  ของเราเอง เพราะคิดว่าไม่สำคัญ

“ภาษาไทย” ไม่ว่าจะเป็นภาษาที่ใช้ในชีวิตประจำวัน หรือภาษาที่ใช้ในวรรณกรรม ล้วนมีความไพเราะ น่าอ่าน  น่าฟังยิ่ง เพราะเรามีเสียงสระ พยัญชนะ และวรรณยุกต์ที่จะทำให้คำ มีเสียงและทำนองที่เปลี่ยนแปรไป มีการใช้ถ้อยคำคล้องจอง  มีสัมผัส ฟังเหมือนเสียงดนตรี  และยังมีเนื้อหาการใช้ อันแสดงให้เห็นถึงปฏิภาณไหวพริบต่างๆ กัน  เช่น เป็นภาษิตสอนใจเพื่อเตือนสติ  เป็นปริศนาคำทายเพื่อให้ขบคิด เป็นภาษากวีที่มีความงดงาม ไพเราะทำให้เห็นภาพ และเกิดความซาบซึ้งประทับใจ เมื่อได้อ่านหรือฟัง และเรายังมีการใช้ภาษาที่แสดงลำดับชั้น ของบุคคลที่แสดงกาลเทศะ และความอ่อนน้อมถ่อมตนอีกด้วย

ดังนั้น ในโอกาส “วันภาษาไทยแห่งชาติ” ที่ 29 กรกฎาคมนี้  กลุ่มประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม จึงขอนำคำใน “ภาษาไทย” ที่มักเขียนหรืออ่านผิด รวมทั้งลักษณนามที่ควรทราบมาเสนอเป็นความรู้ ดังนี้

- คำไทยที่มักอ่านผิด ที่ควรอ่านให้ถูก ได้แก่ กรกฎาคม อ่านว่า กะ-ระ-กะ-ดา-คม 
กรณียกิจ อ่านว่ากะ-ระ-นี-ยะ-กิด
กรรมาธิการ อ่านว่ากำ-มา-ทิ-กาน
ขะมักเขม้น  อ่านว่า ขะ-มัก-ขะ-เม่น
ขัดสมาธิ  อ่านว่า ขัด-สะ-หมาด
โฆษณา  อ่านว่า โคด-สะ-นา
จตุโลกบาล  อ่านว่า จะ-ตุ-โลก-กะ-บาน
จิตกาธาน อ่านว่า จิด-ตะ-กา-ทาน
ทูลเกล้าฯ  อ่านว่า ทูน-เกล้า-ทูน-กระ-หม่อม
ปรัชญา  อ่านว่า ปรัด-ยา
ปักเป้า(ปลา) อ่านว่า ปัก-กะ-เป้า ถ้าหมายถึง ว่าวปักเป้าให้อ่านว่า ปัก-เป้า
ศาสตราจารย์ อ่านว่า สาด-ตรา-จาน
ศัลยแพทย์  อ่าน ว่า สัน-ละ-ยะ-แพด
สมรรถภาพ อ่านว่า สะ-มัด-ถะ-พาบ
สมุฏฐาน  อ่านว่า สะ-หมุด-ถาน
สรภัญญะ อ่านว่า สะ-ระ-พัน-ยะ
สลากภัต  อ่านว่า สะ-หลาก-กะ-พัด
สัปดาห์  อ่านว่า สับ-ดา
สัมปรายภพ  อ่านว่า สำ-ปะ-รา-ยะ-พบ
สุคติ  อ่านว่า สุก-คะ-ติ
อรหันต์  อ่านว่า อะ-ระ-หัน
อาชญากร  อ่านว่า อาด-ยา-กอน
อาสาฬหบูชา  อ่านว่า อา-สาน-หะ-บู-ชา
11 อ่านว่า  สิบเอ็ด
21 อ่านว่า  ยี่-สิบ-เอ็ด
101 อ่านว่า  ร้อย-เอ็ด
1001 อ่านว่า พัน-เอ็ด
2501 อ่านว่า  สอง-พัน-ห้า-ร้อย-เอ็ด
มูลค่า  อ่านว่า มูน-ค่า หรือมูน-ละ-ค่า
ครบุรี อ่านว่า คอน-บุ-รี
จักราช (อำเภอหนึ่งในจ.นครราชสีมา) อ่านว่า จัก-กะ-หราด
ฉวาง  อ่านว่า ฉะ-หวาง
แม่สรวย  อ่านว่า แม่-สวย
แม่จริม  อ่านว่า แม่-จะ-ริม
เสลภูมิ อ่านว่า เส-ละ-พูม (ถนน)
แพร่งสรรพศาสตร์  อ่านว่า แพร่ง-สัน-พะ-สาด

- คำไทยที่มักเขียนผิด  ที่ถูกคือ
กระตือรือร้น, กระทะ, กระเพาะ, กระสัน, กะทัดรัด, กะทันหัน, กะทิ, กะเทาะ , กะเพรา , กะโหลก , การบูร, กาลเทศะ, กิตติมศักดิ์, เกล็ดปลา, เกษียณอายุ, เข็ญใจ, เข้าฌาน, ไข่มุก ครรลอง, ครองราชย์, ค้อน(เครื่องมือ), คะนอง, คะยั้นคะยอ,  คั่นกลาง,  คัมภีร์, คำนวณ, คุกกี้,  งึมงำ,  เงินทดรอง ,จลาจล , จาระไน, เจตจำนง, เจตนารมณ์, เจียระไน, โจทก์จำเลย, โจทย์เลข ,โจษจัน ,ฉันญาติ ,ชนวน , ชมดชม้อย,  ช้อนส้อม, โชคชะตา, ซ่าหริ่ม, ต่างๆ นานา, ทยอย, ทลาย(แตกหัก พัง), ทะลาย(หมาก มะพร้าว), ทีฆายุโก, ทูนหัว, ทูลกระหม่อมฯ, เท้าความ , เทิดพระเกียรติ, แทรกแซง, นานัปการ, นิมิต, น้ำมันก๊าด, บรรทัด, บันดาล, บันได, บางลำพู, บาดทะยัก, บาทหลวง, เบญจเพส, ประณีต, ปรัมปรา, เปอร์เซ็นต์, ผัดผ่อน, ผลัดเปลี่ยน, ผัดวันประกันพรุ่ง, ผัดหนี้, เผอเรอ, มาตรฐาน , ม่าย , ยศถาบรรดาศักดิ์ , ย่อมเยา , เยาว์วัย,  รสชาติ , รหัส , รักษาการ(ในตำแหน่ง) ,กษาการณ์(เหตุการณ์), ราศี,  ราดหน้า , ลมหวน ,สับปะรด , สังวร , สัปหงก/สาบสูญ , สาปแช่ง , สาร (หนังสือ) , สิงโต,  แหลกลาญ ,อะลุ่มอล่วย หรืออะลุ้มอล่วย , อเนก, อนุญาต, อะไหล่ , อัตคัด, อานิสงส์, อาเพศ, อำนาจบาตรใหญ่ , อำมหิต ,อิริยาบถ, ไอศกรีม

อ่านร้อยกรองไม่ยากเลย

การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง
3.2 การอ่านออกเสียงบทร้อยกรอง
            การอ่านออกเสียงร้อยกรอง เป็นการอ่านที่มุ่งให้เกิดความเพลิดเพลินซาบซึ้งในรสของคำประพันธ์ ซึ่งจะต้องอ่านอย่างมีจังหวะ ลีลา และท่วงทำนองตามลักษณะคำประพันธ์เเต่ละชนิด
การอ่านบทร้อยกรอง อ่านได้ ๒ แบบ ดังนี้
            1. อ่านออกเสียงธรรมดา เป็นการอ่านออกเสียงพูด ตามปกติเหมือนกับอ่านร้อยแก้ว แต่มีจังหวะวรรคตอน
            2. อ่านเป็นทำนองเสนาะ เป็นการอ่านมีสำเนียงสูง ต่ำ หนัก เบา ยาว สั้นเป็นทำนองเหมือนเสียงดนตรี มีการเอื้อนเสียง เน้นสัมผัส ตามจังหวะ ลีลาและท่วงทำนองตามลักษณะบังคับของบทประพันธ์ให้ชัดเจนเเละเหมาะสม
3.2.1 หลักเกณฑ์ในการอ่านออกเสียงร้อยกรอง
            1. ศึกษาลักษณะบังคับของคำประพันธ์ เช่น การเเบ่งจังหวะจำนวนคำสัมผัสเสียง วรรณยุกต์ เสียงหนักเบา เป็นต้น
            2. อ่านให้ถูกต้องตามลักษณะบังคับของคำประพันธ์
            3. อ่านออกเสียง ร ล คำควบกล้ำให้ชัดเจน
            4. อ่านออกเสียงดังให้ผู้ฟังได้ยินทั่วถึง ไม่ดังหรือค่อยจนเกินไป
            5. คำที่รับสัมผัสกันต้องอ่านเน้นเสียงให้ชัดเจน ถ้าเป็นสัมผัสนอกต้องทอดเสียงให้มีจังหวะยาวกว่าธรรมดา
            6. มีศิลปะในการใช้เสียง เอื้อนเสียง และทอดจังหวะให้ช้าจนจบบท
3.2.2 ข้อควรคำนึงในการอ่านบทร้อยกรอง
        การอ่านบทร้อยกรอง หรือทำนองเสนาะ ให้ไพเราะและประทับใจผู้ฟังมีข้อควรปฏิบัติ ดังนี้
            1. ก่อนอ่านทำนองเสนาะควรรักษาสุขภาพให้ดี มีความพร้อมทั้งกายและใจ จะช่วยให้มั่นใจมากขึ้น
            2. ตั้งสติให้มั่นคง ไม่หวั่นไหว ตื่นเต้น ตกใจ หรือประหม่า ควรมีสมาธิก่อนอ่านเเละขณะกำลังอ่าน เพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด
            3. ก่อนอ่านควรตรวจดูบทอ่านอย่างคร่าวๆ และรวดเร็วเพื่อพิจารณาคำยาก หรือการผัวรรณยุกต์ และอื่นๆ
            4. พิจารณาบทที่จะอ่าน เพื่อตัดสินใจ เลือกใส่อารมณ์ในบทอ่านให้เหมาะสมสอดคล้องกับเนื้อความ
            5. หมั่นศึกษาและฝึกฝนการอ่านทำนองเสนาะจากผู้รู้เกี่ยวกับกลวิธีต่างๆอยู่เสมอ จึงจะทำให้สามารถอ่านทำนองเสนาะได้อย่างไพเราะ
3.2.3 คุณค่าของการอ่านทำนองเสนาะ
            1. ผู้ฟังเห็นความงามของบทร้อยกรองที่อ่าน
            2. ผู้ฟังได้รับความไพเราะและเกิดความซาบซึ้ง
            3. เกิดความสนุกสนานเพลิดเพลิน
            4. จดจำบทร้อยกรองได้รวดเร็วเเม่นยำ
            5. ช่วยกล่อมเกลาจิตใจให้เป็นคนอ่อนโยน
            6. ช่วยสืบทอดวัฒนธรรมในการอ่านทำนองเสนาะไว้เป็นมรดกของชาติ
3.2.4 วิธีการอ่านทำนองเสนาะจากคำประพันธ์
            กลอนสุภาพ นิยมอ่านเสียงสูง ๒ วรรค และเสียงต่ำ ๒ วรรค

            การเเบ่งจังหวะวรรคในการอ่าน มีดังนี้

                วรรคละ ๖ คำ อ่าน ๒/๒/๒ OO/OO/OO
                วรรคละ ๗ คำ อ่าน ๒/๒/๓ OO/OO/OOO
                วรรคละ ๘ คำ อ่าน ๓/๒/๓ OOO/OO/OOO
                วรคคละ ๙ คำ อ่าน ๓/๓/๓ OOO/OOO/OOO

วันจันทร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2560

รู้จัก ทักทาย

ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่เว็บไซต์เพื่อการแบ่งปันความรู้

         การอ่านหนังสือเป็นการพัฒนาตนเองและใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์  ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นมากใน การพัฒนาคนและพัฒนาสังคม ผู้จัดทำเว็บไซด์ต้องการให้คนมีนิสัยรักการอ่าน


นางสาวอุไรพร  ขันติวงศ์
นักศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพครู มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์


➤ประวัติการศึกษา

ศศ.บ ศิลปศาสตร์บัณฑิต 
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์


➤ประวัติการทำงาน

ครู กศน.อำเภอประโคนชัย 
อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์
31140